ศูนย์เรียนรู้ ICT ชุมชน :
ศูนย์ธุรกิจเพื่อสังคมของชุมชน
เพื่อการพึ่งพาตนเองภายใต้สังคมความรู้และพอเพียง
หลังจากที่กระทรวง ICT ร่วมกับ CCDKM ได้ร่วมมือกันจัดพิธีเปิดตัวโครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในระหว่างวันที่ 24 เมษายน-7 พฤษภาคม พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา ทางเราในฐานะแม่งาน ก็ยังไม่มีโอกาสได้กล่าวคำขอบคุณจากใจของพวกเราชาว CCDKM ทั้งนี้เป็นเพราะ นับตั้งแต่เสร็จสิ้นงาน กลุ่มผู้ก่อการดีต่างๆก็ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกันต่อเกี่ยวกับการร่วมกันสร้างความยั่งยืนให้กับครอบครัวของเรา
ก็เริ่มตั้งแต่ global telecentre.org ที่มาเห็นภาพความพร้อมและความอบอุ่นของครอบครัวเราในวันเปิดตัว คือวันที่ 7 พ.ค. 2551 เครือข่ายที่มีสายใยของมิตรภาพและความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างสังคมความรู้ให้กับพี่น้องในชุมชนของตนเอง คุณ Jackie ที่มาเป็นตัวแทนในวันนั้นก็มีการประสานต่อว่าจะต้องบินมาตั้งวงคุยกันต่อ โดยเฉพาะกับเครือข่ายของเราคือ สถาบันคีนัน Microsoft และภาคีอื่นๆ
และในส่วนของ Microsoft ระดับที่ปรึกษาจากต่างประเทศก็มาศึกษาดูงานที่ศูนย์ฯ บางเพรียงในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. 2551 ที่ผ่านมา ดิฉันเองก็ได้มีโอกาสไปพูดคุยในนามของที่ปรึกษาโครงการฯ ที่กระทรวงฯ มอบหมายไป โดยประเด็นหลักๆคือ เราจะช่วยเหลือกันอย่างไรต่อไป ที่เป็นประเด็นหลักๆ คือ การช่วยเหลือเกี่ยวกับ software ที่จะป้องกันภัยต่างๆ ที่นอกเหนือจาก House Keeper ที่ทางกระทรวงฯ ได้พัฒนาขึ้นมา การประสานเกี่ยวกับ contents ต่างๆ การพัฒนาหลักสูตรผู้นำที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยฯ การทำงานในเชิงเครือข่าย การใช้ศูนย์ฯ เพื่อการพัฒนาอาชีพ และที่ดิฉันได้ขอไปก็คือ การทำหลักสูตร online ในรูปแบบต่าง เพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งพี่น้องที่อยู่ไกลๆ และท้ายที่สุดแล้วเราจะขยายวงกว้างไปถึงกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วย ฯลฯ
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดที่ดิฉันเห็นคือ ประเด็นที่ผู้บริหารของ Microsoft ถามเกี่ยวกับจุดคุ้มทุนของศูนย์ฯ เพราะศูนย์ฯทุกศูนย์ฯ จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายจะมาจากไหน เจ้าหน้าที่ที่จะต้องดูแลตลอดทั้งวัน รวมทั้งวันหยุด ฯลฯ จะเป็นใคร? ถ้าเขาไม่มีรายได้เพื่อการยังชีพ ฯลฯ ประเด็นนี้นับว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมากนะคะ ดิฉันอยากให้พี่น้องเราทุกท่านมองประเด็นนี้ด้วยค่ะ เพราะแม้ศูนย์ฯ เราจะเป็นศูนย์ฯเล็กๆ แต่เราจำเป็นต้องให้บริการอย่างมืออาชีพ การให้บริการอย่างมืออาชีพ จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง ต่องมีการให้บริการคุณภาพ ฯลฯ ทั้งนี้เป็นเพราะศูนย์ฯของเราเป็นศูนย์ฯที่เน้นชุมชนเป็นหลัก ชุมชนของเราอาจจะไม่ได้รับการบริการที่ยอดเยี่ยมจากที่อื่น แต่อย่างน้อยเขาควรจะได้รับบริการที่ยอดเยี่ยมจากเรา จากนั้นก็จะเป็นการบอกต่อ และรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม ท้ายที่สุดศูนย์ฯของท่านก็จะจะยั่งยืน เพราะมันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และใช้ได้จริงกับเขา กับชีวิตเขา กับลูกหลานของเขาฯ ลฯ ดังตัวอย่างที่ดิฉันได้มีโอกาสไปเห็นมาจากหลายๆที่ทั้งต่างประเทศ และในประเทศ และถ้าเป็นในประเทศก็จะมีหลายๆศูนย์ฯ ที่ยั่งยืน และชุมชนเข้ามาร่วมบริหารจัดการจนกลายเป็นวิถีชีวิตของพวกเขาเอง เช่นที่ชุมชนบ้านสามขา ชุมชนบ้านฟ่อน จ.ลำปาง ชุมชนวัดสระเกษ จ. ร้อยเอ็ด ชุมชนจะนะ จ. สงขลา ชุมชนกลาย จ. นครฯ ชุมชนบ้านท้ายน้ำ จ.พิจิตร ฯลฯ และที่เป็นชุมชนน้องใหม่คือที่วัดโพธิการาม จ.ร้อยเอ็ด เพราะวัดของท่านเป็นทั้งศูนย์กลางและศูนย์รวมใจของชุมชน กำแพงวัดไม่มีความหมายใดๆเลย เพราะชุมชนรู้สึกว่าเป็นที่ของเขา อยากจะมาก็มา อยากจะทำอะไรก็ทำ ฯลฯ
ด้วยใจที่ ผูก กันดังกล่าว ทำให้พวกเราหลายๆศูนย์ฯ ไม่อยากที่จะเก็บค่าบริการ เราอาจจะค่อยๆลองทำ เพราะในระดับสากลแล้ว เขาเรียกกันว่า ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Entrepreneur) เมื่อทำเป็นธุรกิจแล้ว ศูนย์ฯจะอยู่ได้ แต่เป็นธุรกิจเพื่อตัวของพวกเขาเอง คือตัวของชุมชนเอง อันนี้ทางคุณสุภารัตน์ จาก Microsoft รวมทั้งจากสถาบีนคีนัน ก็เห็นด้วย โดยเฉพาะจากกรณีศึกษาของศูนย์ฯ ชุมชนบ้านแม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ ที่น้องไพโรจน์ มาแลกเปลี่ยนให้พวกเราฟัง อันนี้แหละค่ะที่เป็นของจริง เขาตั้งเอง อยู่ได้ และอยู่ได้บนฐานที่ชุมชนสนับสนุนด้วยค่ะ
ช่วงนี้เห็นรถเร่ขายผลไม้ ท่าทางผลไม้จากพี่น้องเราชาวใต้จะราคาถูกอีกแล้วกระมัง พวกเราอาจจะต้องช่วยๆกันดูว่าจะช่วยกันอย่างไร รวมทั้งข่าวจากพี่ประธานฯ รุ่น 1 เรื่องฝน ลมแรงที่กระหนำระนอง ศูนย์กำพวน อีกทั้งเพื่อเราจากกำแพงเพชร เพราะอยู่ใกล้น้ำตกคลองลาน ฯลฯ ก็ฝากกันดูแลกันและกันด้วยนะคะ ตัวดิฉันเองก็จะมุ่งมั่นอยู่ข้างหลัก เพราะวันที่ 15 พ.ค. 2551 ก็มีการตั้งวงคุยกันอีกที่ศูนย์บางเพรียง กับ Microsoft สถาบีนคีนัน และธกส. ธ. ออมสิน ฯลฯ เพราะท่านเห็นประโยชน์ของศูนย์ฯ และเครือข่ายของพวกเรา นัดหน้าอาจจะเป็นการตั้งวงคุยกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ ทาง CCDKM ก็จะค่อยๆทำไปค่ะ ทางกระทรวงฯ ก็คอยสนับสนุนอยู่ค่ะ ต้องขอขอบคุณกระทรวงฯที่ให้โอกาส CCDKM ได้ทำงานครั้งนี้ เป็นงานที่พวกเราภาคภูมิใจมากค่ะ เราจะพยายามทำเพื่อทุกท่านค่ะ แม้เราจะเป็นทีมเล็กๆ หลายคนมองว่าเราเป็นลูกจ้างกระทรวงฯ ฯลฯ ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจะเป็นใครก็แล้วแต่ ชุมชน ที่เขาได้รับโอกาสน้อยกว่าคนอื่น หรือ ชุมชนที่ไม่ได้รับโอกาสเลย คือคนที่เราตั้งใจทำงานด้วย ต้องขอเรียนด้วยใจนะคะว่า พลังที่ทุกท่านได้แสดงในช่วง 14 วันที่เราอยู่ร่วมกัน มีคุณค่ามาก ต้องขอขอบพระคุณพี่ภาณุวัช และพี่ผอ.สินมากค่ะ น้ำใจของท่านทั้งสองยิ่งใหญ่มากค่ะ ทำให้พวกเราไม่เหนื่อย และอยากที่จะเห็นทุกท่านค่อยๆก้าวเดินเพื่อชุมชนต่อไปอย่างยั่งยืน
อีกความประทับใจและกำลังใจก็จะมาจากพระคุณเจ้าทุกรูป โดยเฉพาะพระอาจารย์โพธิการาม พระอาจารย์วิเชียร และทุกท่าน ดิฉันได้รับกระแสความเมตตาจากท่าน และรับรู้ว่าท่านก็ส่งให้กับพวกเราทุกคน พวกเรามีท่านเป็นกำลังใจค่ะ รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านอื่นที่เพื่อนเราชาวอิสลาม ชาวคริสต์ ฯลฯ นับถืออยู่ค่ะ ถ้าพวกเราว่างกันอีกเมื่อไหร่ก็จะเริ่มเรียนรู้ที่จะพูดกับท่านให้ถูกต้อง และปรึกษาท่านว่า เราจะใช้สื่อเพื่อการพัฒนาศาสนาได้อย่างไร ฯลฯ
ในส่วนของอีกก้าวเดินที่สำคัญและค่อนข้างเร่งด่วนมากคือ การทำ www.thaitelecentre.org ของพวกเราเป็นภาคภาษาอังกฤษ เพื่อที่เรื่องราวที่ดีงามทั้งหลายของพวกเรา ของชุมชนพวกเราจะได้ขยายกว้างออกไปสู่สากล ดิฉันและทีมงานตั้งใจมาก เพียงแต่ว่า เราเองก็ต้องทำงานอื่นกันด้วย เช่น บรรดา pretty สาวสวยที่ขึ้นไปช่วยพิธี MOU บนเวทีวันที่ 7 ทั้ง 8 ท่านก็เป็นนิสิตปริญญาโทสาขาการสื่อสารเพื่อการพัฒนาที่ดิฉันสอนอยู่ที่ ม.เกษตรฯ บางเขน ทีมงานและเครือข่ายอาจารย์จากทุกสถาบันทั้ง มสธ. มก. บางมด พระนครเหนือ ฯลฯ พวกเราตั้งใจที่จะอยู่เคียงข้างท่านค่ะ เรามาร่วมกันคนละไม้คนละมือนะคะ พี่โอเองก็หนักมาก ทั้งงานตัวเองและงานอาสาฯ รศ.ปิยฉัตรและทีมประชาสัมพันธ์ พี่ประสานและดร.รุ้งฝ่ายการเงิน อาจารย์กาญจนาแม่งาน น้องนนท์ และทีมงาน และที่สำคัญคือทีมของกระทรวงฯ โดยเฉพาะท่านปลัดฯ ท่านผอ.นนทประภา ศรีนนท์ ท่านผอ. ทรงพร คุณอ้อย คุณเปิ้ล คุณกบ คุณใหญ่ และทีม อ ทั้งหลาย
อีกเรื่องเร่งด่วนของพวกเราคือ การฝึกพวกเราให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยใช้ศูนย์ฯที่พวกเรามีเป็นเครื่องมือ ต้องเร่งปรึกษากันอีกทีว่าจะเร่งดำเนินการอย่างไรกันต่อ อาจจะต้องปรึกษาท่านอาจารย์น้อมจิตร คุณ Smith และท่านอื่นๆ ด้วยในเร็วๆนี้ค่ะ
ทีมที่เป็นทีมหลักในการสื่อสารก็จะเป็นพี่โอ น้องนนท์ และเจ้าหน้าที่อื่นๆค่ะ เราจะค่อยๆปรับไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้าที่เข้าทางค่ะ และต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาช่วยกันตอบ-ถามอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะทีม3 หนุ่มจากบางเพรียง และทีมอื่นๆที่เริ่มเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ซักเดือนก.ค. เราจะมีการจัดงานเกี่ยวกับ ICT เพื่อการพัฒนากลุ่มอาชีพค่ะ ชุมชนใดมีกลุ่มอาชีพที่มีศักยภาพ ขอให้เตรียมไว้นะคะ เราจะประกาศรายละเอียดอีกครั้งค่ะ
ท้ายสุดแล้ว อยากแลกเปลี่ยนว่า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง
ศูนย์วิจัยการจัดการความรู้การสื่อสารและการพัฒนา มสธ.
WWW.CCDKM.org
|