เมื่อวันที่  19  ธันวาคมที่ผ่านมาทาง CCDKM ของเราได้รับเชิญเข้าร่วมในงานประกาศรางวัล  kids Award  ที่จัดขึ้นที่ สภาคริตจักร ในประเทศไทย  ซึ่งเป็นรางวัล ที่ตัดสินโดยเด็กและเยาวชนจาก 12 กลุ่ม 12 จังหวัด ในนามเครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา

โครงการทีวีไม่มีพอ เกิดจากการดำเนินงานร่วมกันของกลุ่มเยาวชน 12 กลุ่ม ที่มุ่งค้นหา กระบวนการที่ด ีที่จะทำให้เด็กได้เท่าทันต่อสื่อ และค้นพบว่า เด็กในแต่ละภูมิภาคใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปกับสื่อมากกว่า 1 ใน 3 ของวัน  และเครือข่าย ก็ตระหนักถึง บทบาทในด้านบวก ของสื่อ ที่จะทำหน้าที่ในการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ เพื่อมุ่งให้เกิดบุคคลากรที่มีคุณภาพ ประโยชน์สุข ของสังคมในอนาคต

ในขณะที่ปัจจุบันเด็กๆ  ต่างได้รับผลกระทบต่อสื่อในรูปแบบต่างๆ เช่นการใช้จ่าย ที่เกินตัว การขาดความเชื่อมั่นต่อตัวเอง และการเคารพคุณค่าของตัวเอง เป็นต้น ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่สะท้อนเป็นภาพต่างในสังคมปัจจุบัน

ทางเครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาจึงร่วมกันค้นหา ทีวีที่มี พ สำหรับเด็กๆ  ซึ่งทั้งหมด มี 5 พ  ดังนี้

พื้นที่สร้างสรรค์ 
หมายถึง  รายการที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถ / ความคิด
และมีส่วนร่วมในการ สร้างสรรค์กิจกรรม หรือ เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

พัฒนาการ          
หมายถึง  รายการที่กระตุ้นการเรียนรู้ทางด้าน ร่างกาย สมอง จิตใจ
และอารมณ์อย่างเหมาะสม ตามช่วงวัย

เพิ่มเสียงเด็ก      
หมายถึง   รายการที่นำเสนอความคิดเห็น  ความสามารถพิเศษ
( ศิลปะ ดนตรี และ กีฬา )ของเด็ก อย่างเท่าเทียม โดยมีผู้ใหญ่สนับสนุนและ ให้กำลังใจ

พอเพียง              
หมายถึง  รายการที่ส่งเสริมเรียนรู้  ความเข้าใจในวิถีพอเพียง
อีกทั้งสร้างความภูมิใจในตนเอง ผ่านประสบการณ์ของเด็กและเป็น
รายการที่ไม่กระตุ้นการบริโภคกับเด็กจนเกินไป

พิทักษ์สิทธิเด็ก  
หมายถึง  รายการที่ส่งเสริม ช่วยเหลือ  และ คุ้มครองสิทธิของเด็กๆ 
อีกทั้งส่งเสริมการเรียนรู้การ ป้องกันตนเอง ไม่ตอกย้ำ
และไม่ละเมิดสิทธิเด็ก 

โดยใช้การค้นหาจากการทำกลุ่มพูดคุยกับเด็กจำนวน 998 คน จาก 12 กลุ่ม
11 จังหวัด ดังนี้

  • กลุ่มไม้ขีดไฟ   จ. นครราชสีมา
  • กลุ่มรักษ์เขาชะเมา  จ. ระยอง
  • กลุ่มระบัดใบ จ.ระนอง
  • ศูนย์เพื่อน้องหญิง   อ.พาน จ. เชียงราย
  • กลุ่มรักษ์ตะวัน        อ. หนองกี่  จ. บุรีรัมย์
  • กลุ่มพลอย เครือข่ายเยาวชนด้านเอดส์ภาคใต้ตอนบน  จ.สุราษฎร์ธานี
  • กลุ่มระบัดใบ   จ.ระนอง
  • กลุ่มเยาวชนพิทักสิทธิ์ผู้บริโภค  จ.สุราษฎร์ธานี
  • ศูนย์ประสานงานสำนักข่าวเด็จและ เยาวชนจังหวัดพะเยา   จ.พะเยา
  • กลุ่มตะเกียงไต้ฝุ่น   จ.  สุรินทร์
  • กลุ่มมานีมานะ   จ.สงขลา
  • ศูนย์กิจกรรมเยาวชนเมืองพัทยา   จ.ชลบุรี
  • เครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดกำแพงเพชร  จ. กำแพงเพชร

ซึ่งผลการตัดสินรายการทีวีที่มี พ สำหรับเด็กๆ  ทั้ง 5 รายการมีดังนี้

  • พื้นที่สร้างสรรค์สรรค์สำหรับเด็ก  ได้แก่

“รายการแผ่นดินเดียวกันบ้านฉันบ้านเธอ” 
ออกอากาศ ช่อง 9 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.35 น.

  • พัฒนาการเด็ก  ได้แก่

“รายการห้องเรียนคุณหนู”
 ออกอากาศ  ช่อง  TiTV วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.04 น.

  • เพิ่มเสียงเด็ก

“รายการทุ่งแสงตะวัน”
ออกอากาศช่อง 3  วันเสาร์  เวลา  06.25 น.

  • พอเพียง  ได้แก่

“รายการแผ่นดินเดียวกันบ้านฉันบ้านเธอ” 
ออกอากาศ ช่อง 9 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.35 น.

  • พิทักษ์สิทธิเด็ก  ได้แก่

“รายการ  สานรัก  คนเก่ง  หัวใจแกร่ง” 
ออกอากาศ  ช่อง TiTV  วันเสาร์  เวลา  11.30 น.
                                                                               
(อ้างอิงจาก เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา)

ข้อเรียกร้องให้เกิดการสร้างพื้นที่และกระบวนการดึงเด็กออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยม

                ปัจจุบันที่เด็กและเยาวชนของประเทศไทยใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการบริโภคสื่อโทรทัศน์  เล่นเกมออนไลน์  ฟังวิทยุ  โทรศัพท์มือถือ  จนทำให้ส่งผลด้านลบกับเด็กและเยาวชนในหลายๆด้าน  เช่น  ผลกระทบด้านสุขภาพร่างกาย  ผลกระทบต่อการพัฒนาทางสมอง  ผลกระทบต่อพฤติกรรม  ทั้งการใช้ความรุนแรง  ใช้เงินจำนวนมากในการซื้อขนมหรือของเล่นที่ได้รับรู้จากการโฆษณา  มีพฤติกรรมการเลียนแบบในทางที่ไม่สร้างสรรค์  เป็นต้น

                ที่ผ่านมาเครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาร่วมกับกลุ่มเยาวชนสมาชิกจำนวน 12 กลุ่ม  11  จังหวัด  ได้ทำงานเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันสื่อ  จากการทำงานดังกล่าว  เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา  พบข้อมูลการบริโภคสื่อที่น่าสนใจ ดังนี้

  1. เด็กใช้เวลาในวันหยุด  อยู่หน้าจอโทรทัศน์  โดยเฉลี่ยวันละ  14  ชั่วโมง
  2. เด็กใช้เงินจำนวน  มากกว่า  50% หมดไปกับการซื้อขนมที่ถูกกระตุ้นจากโฆษณา
  3. ผู้ปกครองนำเด็กไปฝากที่ร้านเกมส์  เพราะเห็นว่าปลอดภัยและไม่ซุกซนจนเกิดอันตราย
  4. เหตุผลในการอยู่หน้าจอโทรทัศน์ของเด็กคือการ  ไม่มีที่ไป  และ  ไม่มีอะไรทำ
  5. เด็กสามารถเข้าถึงสื่อส่วนกลางได้อย่างรวดเร็ว  สะท้อนจากในพื้นที่ที่รับสัญญาณโทรทัศน์ ไม่ได้  แต่มีพฤติกรรมเจาะลิ้น  ระเบิดหู
  6. เด็กส่วนใหญ่ดูโทรทัศน์คนเดียวหรือดูกับพี่น้องวัยไล่เลี่ยกัน  และเป็นผู้กำหนดการดูโทรทัศน์เองว่าจะดูอะไร  ดังนั้นการจัดระดับความเหมาะสมประเภท  น.  และ  ฉ.  ซึ่งพ่อแม่ต้องแนะนำ  และเป็นรายการเฉพาะผู้ใหญ่  หากเผยแพ่ในช่วงเวลาที่เด็กรับชมได้ก็จะขาดคนแนะนำหรือกลั่นกรอง

                เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา  จึงขอเสนอและเรียกร้องต่อรัฐบาลชุดใหม่หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง  ดังนี้

  1. ต้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรเท่าทันสื่อ  และสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ใน ทุกระดับ
  2. สนับสนุนการผลิตสื่อที่ดีสำหรับเด็ก  นั่นคือ สื่อที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย  พัฒนาการเรียนรู้  การตั้งคำถาม  การคิด
  3. สื่อที่ไม่เน้นการขายของให้กับเด็ก
  4. สื่อที่เครารพและคำนึงถึงการพิทักษ์  ปกป้องสิทธิเด็กเมื่อเกิดเรื่องราวด้านลบกับเด็ก
  5. สื่อที่รับฟังเสียงของเด็ก  และเปิดโอกาสให้เด็กได้นำเสนอความคิดเห็นต่อปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบกับตัวเด็กและชุมชนของเด็ก
  6. “ให้”  และ “เผยแพร่”  พื้นที่สร้างสรรค์  ที่สามารถสนับสนุนให้เด็กแสดงออก  เล่น  เรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์  เหมาะสมกับการพัฒนาการแต่ละวัยแทนพื้นที่ “ห้าม”  สำหรับเด็ก  โดยเด็กทุกพื้นที่ 
    ทุกสถานภาพสามารถเข้าถึงได้

          ท้ายนี้เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาและกลุ่มเยาวชนสมาชิกเครือข่ายจากทั่วประเทศ  จะเดินหน้าผลักดันและพัฒนาให้เกิดสื่อที่ดี  เกิดกระบวนการเท่าทันสื่อและเกิดพื้นที่ที่สร้างสรรค์เพื่อดึงเด็กออกจากจอโทรทัศน์และจอคอมพิวเตอร์ต่อไป

เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา
วันที่  19  ธันวาคม  2550  

 

 

 

 

Back to Home . . .

 

Sponsered by The Research and Development Office of STOU & childmedia.net